Uncategorized

ถึงทุ่งนาต่อนี้ไป ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งปวง 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งสิ้น 41 นัดหมายในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู
อืมมมมม…ทำลายตาข่ายเสียจนสิ้นซากขนาดนี้ นับว่าเยอะแยะสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว
ก่อนเปิดฤดูกาล ดาวยิงวัยสูงอายุผู้นี้ถูกดูหมิ่นจากนักวิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลเซ่นว่าจะเจอกับความยากแค้นที่สุดในอาชีพการค้าแข้ง เนื่องจากว่าที่นี่เป็นพรีเมียร์ลีก – สมรภูมิแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วรวมทั้งหนักหน่วงบนอัตราความฮาร์ดคอร์สูงที่สุดในเมืองมนุษย์
ในขณะนี้ผู้ใดก็ช่างที่เคยสบประมาทเขาเอาไว้ดูราวกับว่าโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบ
ต่อนี้ไปทดลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆนะครับ) โดยเอาผลจากการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำประตูสำคัญๆมาหักปริมาณประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป
ทำนองว่าหาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลจากการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นอย่างไรนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1)
มองเห็นไหมครับผมว่าหากพี่เอ็งไม่ยิงหรือยิงมิได้ คะแนนของทีมสีแดงที่แมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว!
ส่วนนัดหมายชิง อีเอฟแอล คัพ ที่อดีตดาวยิงทีมชาติสวีเดนทำคนเดียว 2 ดอก แต่ว่าถ้าเกิดพี่เอ็งยิงมิได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 รวมทั้งชวดแชมป์ไปเลยนี่เป็นความสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เขาเป็นผู้เล่นชนิดห้ามป่วย ห้ามพัก รวมทั้งห้ามถูกลักพาตัวไปไหนเด็ดขาด เนื่องจากว่าเวลาหายไป มิได้ลงสนาม "เด็กผี" จะนึกถึงพี่เอ็งอย่างต้องหนัก เฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะด้วยล่ะก็ อัตราความคิดถึงจะพุ่งทะยานถึงขั้นล้นจุดแตก ยกตัวอย่างเกมที่แพ้ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ นัดหมายอย่างไรอย่างไรก็ดี จุดนี้นับว่าเป็นดาบสองคม เนื่องจากว่าการมัดขาดทำประตูให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แทบผู้เดียวอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่
นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก "อิบรา" รัวได้สูงสุดเป็น 15 ประตู รองลงมาเป็น ฆวน มาต้า 6 ประตู, ปอล ป๊อกบา 4 ประตู, เฮนริค มคิทาร์ยาน, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล รวมทั้งมาร์คัส แรชฟอร์ด 3 ประตู ขณะที่ เวย์น รูนี่ย์ เพิ่งยิงได้แค่ 2 ประตูเพียงเท่านั้นดูราวกับว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะเกรงอกเกรงใจดาวเตะผู้นี้มากเสียด้วยนะครับ
เป็นหากไม่เจ็บ-ไม่แบน เขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยอัตโนมัต นอกจากบางเกมที่ผู้เป็นนายใหญ่ต้องการให้พักน่องหรือต้องการจัดผู้เล่นชุดสองลงสนามบ้างที่สำคัญเป็นหากได้ลงตัวจริงแล้ว ไม่เคยถูกสลับตัวออกอีกต่างหาก
ต่อให้เล่นไม่ดี-ทำฟอร์มตก หรือประพฤติตัวไร้สาระ ผู้ครอบครองสมญา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะไม่มีวันสลับตัวเขาออกจากสนาม เช่นกลัวโดนกระทืบ!
เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ในบ้านตัวเอง ดาวเตะที่เพื่อนฝูงร่วมทีมเรียกสั้นๆว่า "เฮียหลา" โชว์ฟอร์มได้ห่วยแตกสิ้นดีนะครับ ขนาดสังหารจุดโทษยังโดนเซฟเลย ประชาชนก็แลเห็นกันทั้งบางว่าเล่นไม่ได้เรื่อง แต่ว่า "มูมู่" กลับปล่อยให้ท่านพี่เขาประพฤติตัวไร้ประโยชน์บนฟลอร์ต้นหญ้าจนครบ 90 นาที โดยเลือกถอดบุคคลอื่นออกแทนซะแบบงั้น
เข้าใจว่าทั้งคู่น่าจะทำข้อตกลงกันเอาไว้ หรือไม่ก็เนื่องจากว่าความเกรงอกเกรงใจ แม้คำว่า "เกรงอกเกรงใจ" จะไม่ใส่อยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษรวมทั้งพจนานุกรมส่วนตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ตาม
เป็นไปได้ที่ภายหลังจากหมดสัญญากับ เปแอสเช "อิบรา" อาจไม่ได้คิดอยากจะขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงตั้งแต่ต้น แต่ว่าเป็นเนื่องจากว่าถูกนายจ้างเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ วิงวอน หรืออาจเคยมีบุญคุณกันมาก่อน เจ้าตัวเลยยอมเลื้อยตูดมาอยู่ด้วยกันที่โรงละครที่ความฝัน
โน่นอาจเป็นเหตุผลที่บอกว่าเพราะอะไร กุนซือวัย 54 กะรัตถึงเกรงอกเกรงใจสมาชิกคนนี้เป็นพิเศษ โดยส่งลงเป็นตัวจริงทุกนัดหมาย แถมไม่เคยถูกสลับตัวออก เพื่อเป็นการตอบแทนหากเป็นลูกก็นับว่าเป็นลูกคนโปรดที่ถูกตามใจจนติดเป็นนิสัยเลยทีเดียว
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็เลยไม่แตกต่างจาก "อภิสิทธิ์ชน" ในทีมภูติผีปีศาจสามง่าม ซึ่งนับว่าไม่ถูกหลักการปกครองอย่างรุนแรง เพราะว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาการอกน้อยใจขึ้นในทีม
ทั้งๆที่อันที่จริงแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีมที่มีความเด็ดขาดมากนะครับ เขาไม่มีวันปล่อยให้สมาชิกยิ่งใหญ่กว่าตัวเองอย่างแน่นอน ไม่ว่าดาวเตะคนนั้นจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม
กาลครั้งหนึ่งสมัยเป็นกุนซือของ เชลซี – ผู้ครอบครองทีมอย่าง "อาเสี่ยหมี" อุตส่าห์แออัดยอดเยี่ยมดาวยิงค่าตอบแทน 30 ล้านปอนด์อย่าง อังเดร เชฟศาสนาเชนโก้ มาให้ โดยมีข้อต่อรองว่าต้องส่งลงสนาม แต่ว่า "เชว่า" กลับงัดฟอร์มกระฉูดแตกออกมาไม่เป็นผลสำเร็จจนเปลี่ยนเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวมากพอเป็นเหตุให้ผู้จัดการทีมกับผู้ครอบครองทีมต้องแตกหักกัน
ดาวถล่มตาข่ายของสิงห์บลูส์อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า หรือขาใหญ่ของ เชลซี อย่าง จอห์น เทอร์ปรี่ ก็เช่นเดียวกันที่ไม่เคยได้รับอภิสิทธิ์พิเศษจาก โชเซ่ มูรินโญ่ สุดท้ายตัวเองเลยโดนสมาชิกคิดคดทรยศจนโดนถีบกระเด็นตกเก้าอี้ผู้จัดการทีมมาแล้ว
รวมทั้งโดยไม่เว้นแม้แต่สมาชิกในขณะนี้อย่าง ฆวน มาต้า ที่เคยถูกลอยแพออกมาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้จะมาหายใจด้วยกันอีกครั้งในชุดแต่งกายภูติผีปีศาจแดงรวมทั้งทุ่งนาต่อนี้ไป แต่ว่าถ้าเกิดดูให้ดี คุณจะพบว่า "เดอะ สเปเชี่ยล ฆวน" เป็นผู้เล่นคนแรกที่ชอบถูก "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" สลับตัวออกเป็นคนแรกอยู่เสมอ
ก็เลยพอเพียงจะสรุปได้ว่า "มูมู่" ไม่เคยก้มตัวให้สมาชิกคนไหน นอกจาก "พี่หลา" เพียงผู้เดียวที่จัดอยู่ในชนิด "ห้ามแตะต้อง" เป็นกรณีพิเศษ
ผมเข้าใจ โชเซ่ มูรินโญ่ นะครับ เข้าใจว่าเฮียเอ็งคงมีบางอย่างที่ลึกซึ้งแบบสุดหูรูดกับ "อิบรา" โดยที่ประชาชนทั่วไปไม่รู้ หรือบางทีมันอาจเป็นเงื่อนไขพิเศษที่เจาะจงเอาไว้ในข้อตกลงที่ทำไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นไปได้ มันอาจเป็น "เงื่อนไข" ที่ทำให้ดาวเตะผู้นี้ยอมขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงอะไรราวนั้น
สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือไม่ใช่ทุกนัดหมายที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บนวัย 35 ขวบจะระเบิดฟอร์มยอดเยี่ยมพลางกระแทกตาข่ายได้ตลอด
บ่อยครั้งที่เขาหวงบอลมากเกินไป บ่อยครั้งที่เขาทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก รวมทั้งบ่อยครั้งที่ออกอาการหงุดหงิด หรือชักสีหน้าใส่เพื่อนฝูงร่วมทีมที่ดันเล่นไม่ถูกใจ
เช่นเดียวกับบางนัดหมายที่สมควรจะเป็นตัวสำรองบ้าง หรือถูกสลับตัวออกบ้างก็ได้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันใช้งานโดยตลอดตลอด 90 นาทีในทุกๆนัดหมาย
ถึงในขณะนี้ "อิบรา" ยังมิได้ต่อสัญญาใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นะครับ แถมฤดูกาลหน้าอายุเขาจะมากขึ้นอีก 1 ปี ซึ่งสำหรับกองหน้าวัย 36 ขวบ อย่างไรสภาพร่างกายก็ต้องเสื่อมถอยลงไปตามธรรมชาติ ก็เลยไม่มีวันรักษามาตรฐาน หรือเล่นดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอนเท่านั้นยังไม่พอ
มันยังทายใจได้ไม่ยากว่าฤดูกาลหน้าอย่างไร แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องหากองหน้าดาวถล่มประตูตัวใหม่ที่สดกว่ามาเสริมกองทัพแน่ๆ
ถ้าเกิดต้องการยืดข้อตกลงออกไปอีก 1 ปี บางที "เฮียหลา" อาจต้องสารภาพเรื่องจริงข้อนี้ เช่นเดียวกับยอมรับสภาพการดำรงชีวิตบนม้านั่งสำรองเป็นที่สองรองจากบุคคลอื่นคำถามเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในวันที่แก่ 36 จะยอมรับสภาพการเป็นตัวสำรองได้หรือเปล่า? ผมตอบให้ก็ได้ครับผมว่า…ไม่มีวัน ดาวเตะที่หยิ่งยโสรวมทั้งทะนงตัวอย่าง "อิบรา" ไม่มีวันยอมเป็นที่สองรองคนไหนกัน – มันก็เลยคงเหลืออยู่แค่เพียง 2 หนทางเพียงแค่นั้น

Uncategorized

''เวลานี้ ผมได้รับมอบหมายให้เล่นเกมรับมากกว่าเดิม ผมจำต้องทำอะไรสักอย่างในเวลาที่กลุ่มทิ่มอล และแย่งมันคืนมาให้ได้ งานของผมเป็นการจัดการดินแดนกลางให้นิ่ง ผมพร้อมปรับพฤติกรรมไปตามคำสั่งของผู้เป็นนายจ้าง แต่ว่าผมก็สามารถเล่นเกมรุกได้เช่นกัน'' นี่เป็นคำให้การของ อันเดร์ เอรร่า อันบ่งชี้ถึงบทบาทและหน้าที่ของเขาปัจจุบันนี้นั่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ
แถมเป็นมิดฟิลด์ตัวรับประเภทมือใหม่หัดทำลายเกมคู่แข่งขันอีกต่างหาก แต่ว่าสถิติในการทำลายกลับเหนือกว่าผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้อย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เสียอีกครับผม ไม่ว่าจะเป็นการแย่งบอล การตัดบอล หรือการเข้าปะทะ
คิดและจากนั้นก็แปลกๆอยู่เช่นกัน เพราะไม่มีวี่แววว่านักเตะวัย 27 ผู้นี้จะตั้งตัวเองเองเป็นมิดฟิลด์ตัวรับลำดับแรกๆของพรีเมียร์ลีกก่อนจะขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดง อันเดร์ เอรร่า ไม่ใช่ผู้เล่นที่เป็นที่รู้จักดังอะไรจำนวนมาก
ตอนยอดเยี่ยมในแม่ทัพของ แอตเลตำหนิก บิลเบา ชุดที่บุกมากำราบ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในศึก ยูโรปา ลีก เมื่อฤดู 2011-12 ก็แทบไม่มีใครรู้จักนักเตะผู้นี้สักเท่าไหร่ สหายร่วมกลุ่มของเขาเสียอีกอย่าง ฆาบี มาร์ตำหนิเนซ หรือ อีเคร์ มูเนียอิน ที่อยู่ในความพึงพอใจจากชาวบ้านมากกว่าแม้กระนั้น เข้าใจว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คงจะแอบจับตาผู้เล่นคนนี้มาตั้งแต่ในเวลานั้นแล้ว
สิงหาคม 2013 ภายหลังจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถูกแทนที่ด้วย เดวิด มอยส์ ได้ไม่นานเดือน – แมนฯ ยูไนเต็ด ติดต่อขอซื้อนักเตะชาวบาสก์โดยกำเนิดผู้นี้พร้อมข้อแนะนำ 24 ล้านปอนด์แอต.มาดริด ยักไหล่ใส่โดยฉับพลันพลางบอกว่า…น้อยไป
มิถุนายน 2014 แมนฯ ยูไนเต็ด กลับไปที่ บิลเบา อีกรอบพร้อมค่าทำขวัญที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ ต่อรองกันอยู่นาน ก่อนจะตกลงกันเหมาะราคาประมาณ 29 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าไม่ใช่เบาเลยทีเดียว
สารภาพตามจริงว่าตอนเลื้อยตูดมา แมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ๆผมไม่รู้จะนักเตะผู้นี้มาก่อน ไม่เคยมอง ไม่เคยเห็น ไม่เคยสนใจ สงสัยเป็นเพราะผมมองบอล ลา ลีกา ของ สเปน ปีละแค่ 2 นัดหมายหมายถึงเอล กราสิโก้ ที่บ้านของ บาร์ซ่า กับ เอล กราสิโก้ ที่บ้านของ มาดริด 555
เมื่อไต่ถามข้อมูลจากนักข่าวสายกระทิงดุประจำกองบัญชาการซอคเก้อร์ก็ได้การแบบพอเพียงสังเขบว่า อันเดร์ เอรร่า เล่นในตำแหน่ง "มิดฟิลด์ตัวกลาง" โดยจัดอยู่ในประเภท "บ๊อกซ์ ทู บ๊อกซ์" เป็นวิ่งขึ้น-วิ่งลง ไม่ชัดแจ้งว่าเป็นตัวรุกหรือตัวรับ ประมาณว่าคอยเชื่อมเกมด้วยความขยัน ทุ่มเท มีวินัย และใฝ่ศีลธรรม
ฤดูแรกในเครื่องแบบภูติผีปีศาจแดง หลุยส์ ฟาน กัล ที่ปรึกษาคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามปรับเปลี่ยนระบบการเล่นเปลี่ยนไปเรื่อยๆเริ่มจาก 3-5-2 ก่อนเปลี่ยนแปลงมาเป็น 4-1-2-1-2 แบบไดมอนด์ ในที่สุดมาพอดีที่สูตร 4-1-4-1W88ดาเล่ย์ บลินด์ ห้อยเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ โดยมี อันเดร์ เอรร่า กับ มารูยาน เฟลไลนี่ เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกอยู่ข้างหลังศูนย์หน้า
ฤดูแรก นักเตะผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงคล้าย "พี่น้อย" แห่งวงพรู ลงเล่นทั้งหมด 31 นัดหมายในทุกรายการ ยิงได้ 8 ประตู ซึ่งถือว่าเยอะที่สุดในอาชีพค้าหน้าแข้งของเขาเลยทีเดียว ในตอนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับเข้าไปอยู่ในท็อปโฟร์ได้เสร็จ
ฤดูต่อมา (ก็ซีซั่นที่แล้วนั่นแหละ) ท่านคุณครูหลุยส์เหมือนถูกธาตุไฟเข้าแทรกจนกระทั่งประสาทแดร็กซ์ คิดมาก ฟุ้งซ่าน และปรัชญาขึ้นสมอง ว่าแล้วปรับระบบการเล่นอีกรอบเป็น 4-2-3-1 โดยพยายามจะวาง อันเดร์ เอรร่า เป็น "หน้าต่ำ" หรือ "ผู้เล่นหมายเลข 10"ปรากฏว่าเผชิญความไม่สำเร็จอย่างแรงเพราะ "พี่น้อย" ไม่ใช่เพลย์เมคเก้อร์ตามเหตุผลอยู่แล้ว แน่ๆสไตล์การเล่นของเขาไม่เหมือน พอล สโคลส์ อย่างที่คนอีกจำนวนไม่น้อยพยายามเอามาเปรียบเทียบ
เขาพลิกบอลมิได้ – ไม่มีความเร็ว ความสามารถเฉพาะตัวก็มิได้สูงอะไรจำนวนมาก การตะบันยิงก็ไม่ถึงกับเฉียบคมและเด็ดขาดอะไร จุดเด่นอยู่ที่ความขยัน ทุ่มเท มีวินัย และใฝ่ศีลธรรม

ภายหลังจากไม่เวิร์ค หลุยส์ ฟาน กัล ก็พยายามเปลี่ยนแปลงผู้เล่นในตำแหน่งหน้าต่ำของระบบ 4-2-3-1 ไปเรื่อยๆตราบจนกระทั่งจะพบคนที่ใช่ ซึ่งจนแล้วจนรอดก็ไม่พบคนที่ใช่ ไม่ว่าจะเป็น อัดนาน ยานาไซ, เมมฟิส เดอปาย, เวย์น รูนี่ย์, ฆวน มาต้า, มารูยาน เฟลไลนี่ และเจสซี่ ลินการ์ด
ครั้นเมื่อจับ อันเดร์ เอรร่า ลงมาเป็น 1 ใน 2 มิดฟิลด์ตัวกลางของระบบ 4-2-3-1 มันก็ยังขัดๆเขินๆชอบกล แถมตัวหลักในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางฤดูที่แล้วประกอบด้วย บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, ไมเคิ่ล คาร์ริค ก่อนจะขยับ เวย์น รูนี่ย์ ลงมารับหน้าที่นี้อีกคน
"หน้าต่ำ" ก็ไม่เหมาะ 1 ใน 2 มิดฟิลด์ตัวกลางก็ไม่ใช่ ถ่างออกไปเล่นเป็นตัวขอบเส้นยิ่งไม่ใช่ใหญ่ ดูเหมือนจะไม่มีตำแหน่งไหนเหมาะสมกับ อันเดร์ เอรร่า ในระบบ 4-2-3-1 ชูเว้นแต่ว่าจะเล่นเป็น 1 ใน 3 ของมิดฟิลด์ตัวกลางตามระบบ 4-3-3 นั่นแหละ
สถิติการทำประตูในฤดูต่อมาของดาวเตะค่าตอบแทน 29 ล้านปอนด์ผู้นี้ น้อยลงเหลือ 5 ประตู จากการลงสู่สนามทั้งหมด 41 นัดหมายในทุกรายการ
กระทั่งการมาของ โชเซ่ มูรินโญ่ และผู้เล่นใหม่อีก 4 หน่วย เอริก ไบยี่, เฮนริค มคิทาร์ยาน, ปอล ป็อกบา และซลาตัน อิบราฮิโมวิช
"มูมู่" นิยมสูตร 4-2-3-1 กับ 4-3-3 ตามสถานการณ์เฉพาะหน้า ซึ่งการมาของดาวเตะค่าตอบแทน 89 ล้านปอนด์ คงจะมีผลเสียต่อ อันเดร์ เอรร่า โดยตรง
ความเป็นดาวเตะค่าตอบแทนแพงที่สุดในเมืองมนุษย์รับประกันตำแหน่งตัวจริงของ "คุณป๊อก" อัตโนมัติอยู่แล้ว ส่วนอีกตำแหน่งในดินแดนกลางที่เหลือก็มีทั้ง มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, ไมเคิ่ล คาร์ริค และบาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ เมื่อทดลองจัดผู้เล่นชุดที่ดีเยี่ยมที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนเปิดฤดูนี้ ชื่อของ อันเดร์ เอรร่า คงจะตกสำรวจเท่านั้นไม่พอ
กว่า "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะศึกษาค้นพบระบบการเล่น และ 11 ตำแหน่งที่เหมาะสมพอดีที่สุด เวลาก็ผ่านไปเกือบครึ่งฤดู ซึ่งผลปรากฏว่า อันเดร์ เอรร่า จัดเป็นผู้เล่นระดับเสาหลักตกมันทั้ง 2 ระบบในสูตร 4-3-3 เขาเป็น 1 ใน 3 มิดฟิลด์ตัวกลางร่วมกับ ปอล ป็อกบา และ ไมเคิ่ล คาร์ริค
สำหรับในสูตร 4-2-3-1 เขาเป็นใน 1 ใน 2 มิดฟิลด์ตัวกลางร่วมกับ ปอล ป็อกบา โดยคนที่หลุดจากตัวจริงในสูตรนี้เป็นคุณปลัดคาร์ริค
บทบาทหน้าที่ในทั้ง 2 ระบบ เป็นบดบี้ทำลายเกมคู่แข่งขันให้หมดสิ้น ซึ่งพี่น้อยแกก็ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมมากเพิ่มขึ้น
พิจารณาได้เลยครับผมว่า…บอลอยู่ที่ใด อันเดร์ เอรร่า ก็อยู่ที่นั่น ว่าและจากนั้นก็เลยปรับให้เป็นมิดฟิลด์ตัวรับอย่างเต็มตัวช่วยทำให้สหายร่วมกลุ่มอย่าง ปอล ป็อกบา ทำเกมรุกได้อย่างอิสระเยอะขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับช่วยทำให้ผู้เล่นวัยแก่อย่าง ไมเคิ่ล คาร์ริค ไม่ต้องออกแรงมากอีกต่างหาก เรียกว่าเป็นผู้ปิดทองหลังพระอย่างสมบูรณ์แบบ
ช่วงแรกๆของการสวมบทนี้ เราจะมองเห็นได้ว่าเขายังเข้าบอลออกจะโฉ่งฉ่างจนกระทั่งมักจะเสียฟาวล์โดยไม่จำเป็นเท่าๆกับได้ใบเหลืองบ่อยๆ คล้ายพอล สโคลส์ เวลาเล่นเกมรับแต่ว่าภายหลังที่ลงเล่นในตำแหน่งนี้มากเพิ่มขึ้นท่านผู้ชมสามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงเป็นเข้าบอลเป็นเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่เสียฟาวล์และโดนใบเหลืองแบบโง่ๆเหมือนเก่า
ว่าและจากนั้นก็จำต้องชื่นชอบยอดที่ปรึกษาอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เสกให้ผู้เล่นที่เหมือนจะไม่เข้ากับระบบการเล่นอะไรก็ตามของ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดเฮียเครียดมึงมองเห็นจุดเด่นของลูกทีมชาวสเปนผู้นี้ว่าอยู่ที่ความขยัน ทุ่มเท วิ่งไล่ล่าพลางบดบี้ไม่มีหยุดบนความหน่วงหนักแบบถึงลูกถึงเมียก็เลยจับมาอาบน้ำแต่งตัวใหม่ให้เป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่มีความยอดเยี่ยมสมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อเกมรับจริงๆ

ภายหลังจากสิ้นยุคของ ไบรอัน ร็อบสัน และ พอล อินซ์ ก็มี รอย คีน มารับช่วงต่อไปในการเป็นมิดฟิลด์ตัวทำลายของ แมนฯ ยูไนเต็ด
ตั้งแต่แมื่อ รอย คีน ขับไล่ตัวเองออกจากเครื่องแต่งกายภูติผีปีศาจแดง ดูเหมือนมิดฟิลด์ตัวรับที่มีความหฤห่ามแบบงี้จะสิ้นพันธุ์ไปจาก โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ดาวเตะจอมทิ่มทะลุดาร์กซ์อย่าง อลัน สไม่ธ ที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พยามปั้นให้เป็น "นิว คีโน่" ก็ไม่ใช่ เพราะโหดเหี้ยมอย่างเดียวแบบไม่มีเชิงชั้น
ไมเคิ่ล คาร์ริค ก็จัดเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ประสบความสำเร็จ แต่ว่าถ้าเกิดเอ๋ยถึงสไตล์การเล่นนั้นก็นุ่มนิ่มและตุ๋มติ๋มต่างจากลูกพี่คีโน่อย่างสิ้นเชิง

Uncategorized

เวย์น รูนีย์ กัปตันของทีมปีศาจแดง หายจากอาการบาดเจ็บลงฝึกซ้อมได้อีกครั้ง ก่อนจะบุกเยือน แซงต์ เอเตียนในศึกยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม นัดสอง

 น้ามู กุนซือของทีมเผยก่อนหน้านี้ ว่าเขาไม่แน่ใจว่า ศูนย์หน้าวัย 31 ปี จะกลับมาฟิตทันนัดชิงชนะเลิศของถ้วยอีเอฟแอล คัพ หรือไม่ หลังจากที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของปีศาจแดง ที่ล่าสุด ศูนย์หน้า ทีมชาติอังกฤษ หายจากอาการบาดเจ็บสามารถลงซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีชื่อเป็นผู้เล่นในเกมยุโรปวันพฤหัสบดีนี้

Uncategorized

 

จ่ามู โค้ชฝีปากกล้าของ ปีศาจแดง ออกมาให้กําลัง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือของเลสเตอร์ ที่เพิ่งโดนปลดไป

เลสเตอร์ เพิ่งประกาศไล่ออกเคลาดิโอ รานิเอรี่ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเมื่อคืนที่ผ่านมา

โดย  มูรินโญ่ ได้โพสต์ให้กําลังใจ รานิเอรี่ เมื่อทราบข่าวว่าเขาโดนปลด ''ไม่มีใครลบประวัติศาสตร์ที่นายเขียนขึ้นมาได้ แชมป์พรีเมียร์ และ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า''

Uncategorized

น้ามู ผู้จัดการทีมฝีปากกล้าของ ผี คาดว่าเขาจะหมดสิทธิ์ลงสนามเฮนริค มคิทาร์ยาน กับ ไมเคิล คาร์ริค ในเกมนัดชิงอีเอฟแอล คัพ กับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกมเยือน แซงต์-เอเตียน ในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา

 

เฮนริค มคิทาร์ยาน และ ไมเคิล คาร์ริค ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างเกมการลงแข่งก่อนสุดท้ายจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ แซงต์-เอเตียน ผลปรากฏว่า ปีศาจแดงบุกไปชนะด้วยแต้ม 1-0 ผลสกอร์ร่วม 4-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป

 

''ผมไม่ได้ยืนยันนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะไหว''