Uncategorized

อาจรับรู้กันเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วว่า จอห์น เทอร์ปรี่ จะแปลงเป็น ''อดีต'' สำหรับสโมสรเชลซีตั้งแต่แมื่อเริ่มฤดู 2017-18 เป็นต้นไป
กระนั้นคำถามที่ตามมาเป็น (ว่าที่) อดีตกัปตันสิงโตสีน้ำเงินครามจะย้ายไปไหนดีล่ะ?
ข้อเท็จจริง "เจหน" น่าจะล่ำลารั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปตั้งแต่ตอนสิ้นสุดซีซั่นที่แล้ว ก่อนได้ยืดอายุใช้งานเพิ่มเติมปีโดยนายใหม่อย่าง อันโตนิโอ คอนเต้
ที่สุดทุกๆสิ่งทุกๆอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่คาดเอาไว้ เทอร์ปรี่ ได้ลงไปในสนามเพียงแค่ 5 นัดหมายเพียงแค่นั้นในพรีเมียร์ลีกฤดูเดี๋ยวนี้ แล้วก็เมื่อยังเหลือความกระหายอยากในวัย 36 ก็จำเป็นที่จะต้องหาที่ลงกับสังกัดเดิมใหม่
อ็อปชั่นที่ดูเข้าแก๊ปเหมือนจะมีอยู่ 6 ทางด้วยกัน

"ไชนีส ซูเปอร์ลีก" แปลงเป็นชื่อแรกๆที่ติดหัวติดตาคอบอลทุกคนไปโดยปริยายเมื่อมีข่าวคราวย้ายขึ้นอยู่กับ
เทอร์ปรี่ ก็เช่นกัน
ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนพยายามทุกวิถีทางเพื่อสร้างฐานะเป็นขั้วอำนาจลูกหนัง เกมกีฬาอันเดียวก็ว่าได้ที่พวกเขายังอ่อนด้อยในเวทีระดับโลก ด้วยประการฉะนี้จำนวนเงินอย่างมากมายก็เลยหลั่งไหลอยู่ในลีกพวกเขา
มิใช่แค่ดึงนักฟุตบอลบันปลายอาชีพมาเรียกกระแส ถ้าเกิดแม้กระนั้นยังสามารถดึงตัวท็อปในช่วงวัยพีคๆมาได้หลายต่อหลายรายแล้ว
คาร์ลอส เตเวซ, เอเซเกล ลาเวซซี่, ฮัล์ค เป็นแบบอย่างเรียกน้ำย่อย แต่ละคนฟันค่าตอบแทนติดอันดับต้นๆและไม่ต้องสงสัยว่าอดีตเซนเตอร์แบ็กกลุ่มชาติอังกฤษก็มีสิทธิ์ตามรอย
ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาบรรดากลุ่มเงินถังดินแดนมังกรเน้นเซ็นสัญญาเสริมกองทัพไปกับผู้เล่นตัวรุกหรือกองกลาง การมาของ เทอร์ปรี่ ก็เลยถือว่าเปิดตลาดใหม่ให้กองหลังบิ๊กเนมย้ายผ่านทวีปตามมา
เหนือสิ่งอื่นใด สโมสรไหนได้ลายเซ็นเจหนไปก็เตรียมคอยรับรายได้เพิ่มทั้งจากการขายเสื้อ, โปรโมท แล้วก็หนทางลงทุนต่างๆอีกมากมายด้วย!
กลุ่มที่อยู่ในข่ายน่าดึงดูดสุดอาจต้องเป็น เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ภายใต้บังเหียนของ อันเดร วิลลาช-โบอาช อดีตนายจ้าง แล้วก็มี ออสการ์ เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มเก่าขึ้นอยู่กับอยู่ก่อนอีกต่างหาก
อย่างไรก็แล้วแต่ มันมีข้อขัดข้องอยู่ตรงกฎของซูเปอร์ลีกบังคับให้ใช้งานนักฟุตบอลต่างประเทศได้แค่ 3 คนภายในแต่ละแมตช์ (เป็นเหตุผลที่ซื้อกันแม้กระนั้นมิดฟิลด์-กองหน้า) เลยจำเป็นต้องรับประกันให้ได้ว่าย้ายไปแล้วรับรองตัวจริง

ผ่านน้ำผ่านทะเลไปยังอีกซีกโลกมี "เมเจอร์ลีก" รออยู่ในชื่อแลนด์มาร์กยอดฮิตสำหรับลำแข้งสูงวัยดินแดนผู้ดี

เดวิด เบ็คหมูแฮม เป็นหัวหน้าเทรนด์ ย้ายจากเรอัล มาดริดมาเข้ากลุ่มแอลเอ มึงแล็กซี่ เมื่อทศวรรษที่แล้ว ตามสมทบด้วย สตีเว่น เจอร์ราร์ด แล้วก็ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซึ่งต่างก็พึ่งจะทยอยกันห้อยสตั๊ด

ลีกมะกันตอบโจทย์ค่าตอบแทนของ เจหน ได้ไม่มีปัญหา ตามกฎ "ดีซิกเนเต็ด เพลเยอร์" อนุญาตให้มีนักเตะค่าตอบแทนเกินเพดานกลุ่มละ 2 คน ไหนจะหัวข้อไลฟ์สไตล์ สีสันนอกสนาม เทียบมุมไหนก็ดีกว่าไปเมืองจีน
ณ ในช่วงเวลานี้ มีอยู่ 3 กลุ่มที่เหลือช่องว่างรองรับ ตัวอย่างเช่น โคโลราโด ราปิดส์, ฮุสตัน ไดนาโม แล้วก็ ฟิลาเดลเฟีย ยูเนี่ยน

ก็เป็นไปได้เช่นกันที่จะย้ายมาขุดทองคำตามรอยอดีตเพื่อนพ้องร่วมกลุ่มชาติอังกฤษ ก่อนประกาศห้อยเกือกในอท้องนาตอันใกล้
บางคราว "เซเรีย อา" ก็นับเป็นจุดหมายที่น่าดึงดูดไม่เบา ตามทรงบอลซึ่งว่ากันว่า "ช้า" ที่สุดในกรุ๊ปลีกท็อปยุโรป อีกทั้งเน้นแท็กติกเกมรับน่าจะเข้าทางสำหรับ เทอร์ปรี่ ในช่วงปลายอาชีพแบบงี้

เอซี มิลาน แล้วก็อินเตอร์ มิลาน 2 ยักษ์หลับร่วมเมืองเป็นอ็อปชั่นเหมาะสมสุด วิน-วินทั้ง 2 ข้าง นักฟุตบอลได้เกมเป็นประจำ ฝั่งสังกัดเดิมได้ตัวประสบการณ์คอยเป็นต้นแบบให้แก่กองหลังอายุน้อยในกลุ่ม

ชั้นเชิงอ่านเกมของ เจหน น่าจะชนะใจแฟนบอลไม่ยาก ถ้าเกิดแม้กระนั้นปัญหานั้นอยู่ที่ค่่าจ้างแพงใช่ย่อยกับลำแข้งวัยเกินหลักสาม ตอนนี้กลุ่มมันไม่ได้อู้ฟู่เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

ต่อเมื่อ "ต่างบ้านต่างเมือง" ไม่ใช่จุดมุ่งหมาย แล้วจะย้ายไปไหนดี?
อัพเดตอัตราพูลบริษัทแทงพนันถูกต้องตามกฎหมาย (เป็นวิทยาทาน หาใช่แนะนำไม่) จำนวนมากยกให้บอร์นมัธนั่งแท่น "เต็งหนึ่ง"

กลุ่มเล็กๆดินแดนใต้ในปริมาตรสนามเพียงแค่ 11,464 ที่่นั่งเนี่ยนะ?

ดูก่อนคุณผู้ชม…ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างมันมีเหตุมีผลในตัวมันเอง

ย้อนไปไม่ไกลช่วงเปิดตลาดหน้าหนาวเมื่อมกราคม บอร์นมัธได้ตกเป็นข่าวสารโยงกับ เจหน มาก่อนแล้วรอบหนึ่ง

อีกเหตุผลช่วยเหลือเป็นตัวของที่ปรึกษา เอ็ดดี้ ฮาว อายุยังน้อยแต่สั่งสมบารมีดีพอใช้ สามารถชักจูง "บิ๊กเนม" อย่าง แจ็ค วิลเชียร์ หรือกระทั่ง มักซ์ กราแดล ซึ่งกาลครั้งหนึ่งเนื้อหอมหลายสโมสรุมตอมก็ด้วย

นอกจากนั้น เซนเตอร์แบ็กยังเป็นตำแหน่งที่กลุ่มเชอร์รี่ส์จำเป็นที่จะต้องเสริม รับประกันแน่ๆว่าย้ายไปได้เล่นแน่ แล้วก็ยังช่วยยกฐานะสโมสรอีกขั้นในด้านการตลาดนอกสนาม

ขยับมา "เต็งสอง" เชื้อเชิญเซอร์ไพรส์ไม่แพ้กันในชื่อของเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

ซีซั่นนี้ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ถูกกล่าวขาานในด้านบวกมากยิ่งกว่าลบ ภายหลังจาก โทนี่ พูลิส ทำทีมบินสูงถึงชั้น 7 อยู่พักใหญ่

กระทั่งช่วงหลังๆชักแผ่วปลายอันเป็นปัญหาประจำเป็นประจำของสโมสรกลางลุ้นตั๋วยุโรปก็ไม่ใช่ หนีตกชั้นก็ไม่เชิง

แม้กระนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนมือผู้ครอบครองสโมสรในซัมเมอร์ปีที่แล้วได้มาพร้อมวัตถุประสงค์ทะเยอทะยานกว่าเดิม

เคสเจหน-แบ็กกี้ส์ก็คล้ายกับลีกจีน เนื่องมาจากผู้ครอบครองใหม่เวสต์บรอมวิชก็เป็น กว๋อเชื้อเชิญ ไหล เจ้าสัวดินแดนมังกรนั่นเอง!

ขั้นตอนการไต่เต้าอย่างเร็วที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเซ็นสัญญานักฟุตบอลบิ๊กเนมช่วยเสริมสร้างค่าการตลาด แล้วก็ชื่อเสียงในเวทีโลก

เปรียบให้เห็นเหมือนกันก็เหมือนเชลซียุค 1990 ได้ตัว รุด กุลลิต, จานลูก้า วิอัลลี่ แล้วก็ จานฟรังโก้ โซล่า เข้ามาสร้างกระแส เสมือนจุดเริ่มแรกอาณาจักรการบรรลุผลในทุกวันนี้

สถานภาพเวสต์บรอมวิชยังไปไม่ถึงขั้นนั้น แม้กระนั้นทุกๆสิ่งทุกๆอย่างล้วนเป็นไปได้ในวงการบอล

20 ปีที่แล้วผู้ใดกันฟันธงว่าเชลซี, แมนฯ ซิตี้ จะยิ่งใหญ่อาจถูกหาว่าบ้าไม่ก็บ้า!

ก่อนเปิดม่านฤดู 2015-16 ผู้ใดกันกล้าเชื่อมั่นเลสเตอร์ ซิตี้ ผงาดแชมป์ลีก?

อีกอย่างที่ดีลซบแบ็กกี้ส์มีแววเป็นจริงเป็นการได้ร่วมงานกับ พูลิส ผู้ฝึกสอนผู้เน้นพื้นฐานเกมรับ แล้วก็พอใจร่วมงานลำแข้งสูงวัยมีบุคลิกหัวหน้า

เจหน พกคุณลักษณะทุกๆสิ่งทุกๆอย่างตรงสเป็กเลย!

ในกรุ๊ปกลุ่มเต็งมีอีกชื่อสะดุดตาขึ้นมากับเวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด

พิจารณากันมั้ยครับว่า เทอร์ปรี่ มักแฟนบอลขุนค้อนโห่ใส่่ บางทีอาจไม่เท่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ในฐานที่เข้าใจ แม้กระนั้นก็น่าสงสัยว่าเพราะอะไร?

เรื่องของเรื่องเป็นกองเชียร์แฮมเมอร์สส่วนใหญ่ยังคงผูกใจเจ็บที่เจ้าตัวชิ่งกลุ่มเยาวชนเวสต์หมูแฮมไปเชลซีตั้งแต่อายุแค่ 14 ขวบ

อย่างไรก็แล้วแต่ ด่านข้างหลังวัย 36 น่าจะเป็นกำลังเสริมที่ตรงจุดสำหรับเวสต์หมูแฮม กลุ่มที่พกปัญหาข้างหลังรั่วมาตลอดซีซั่นเดี๋ยวนี้

ถึงแม้ว่าจะมีตัวดีกรีกลุ่มชาติทั้ง โชเซ่ ฟอนเต้, วินสตัน รีด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า หรือ เจมส์ คอลลินส์ ก็ไม่ช่วยอะไร แล้วก็แจ่มแจ้งว่า เจหน เหนือกว่าทุกรายนามที่เอ่ยมา

เดวิด โกลด์ แล้วก็ เดวิด ซัลลิแวน ผู้ครอบครองร่วมของเวสต์หมูแฮม พยายามยกฐานะสโมสรให้สมกับสนามใหม่ใหญ่มหึมาโอ่อ่า การเซ็นสัญญา เทอร์ปรี่ ก็เลยถือว่าน่าดึงดูดทีเดียว

เหนือสิ่งอื่นใดย้ายมาเวสต์หมูแฮมยิ่งสบายแก่สมาชิกในครอบครัว ไม่ต้องย้ายบ้านย้ายถิ่นที่อยู่ฐานเสียเวลาปรับนิสัยอีก

มีเรื่องผูกใจเจ็บกับแฟนบอล แม้กระนั้นของแบบงี้มันเปลี่ยนกันได้ เมื่อไม่นานเวสต์หมูแฮมมีข่าวสารโยงกับ เจอร์เมน เดโฟ มองเห็นดี๊ด๊ากันใหญ่Fun88พร้อมยกโทษแล้วก็ลืมคดีที่เคยทิ้งกลุ่มข้างหลังตกชั้นปี 2004

Uncategorized

ถึงทุ่งนาต่อนี้ไป ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งปวง 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งสิ้น 41 นัดหมายในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู
อืมมมมม…ทำลายตาข่ายเสียจนสิ้นซากขนาดนี้ นับว่าเยอะแยะสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว
ก่อนเปิดฤดูกาล ดาวยิงวัยสูงอายุผู้นี้ถูกดูหมิ่นจากนักวิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลเซ่นว่าจะเจอกับความยากแค้นที่สุดในอาชีพการค้าแข้ง เนื่องจากว่าที่นี่เป็นพรีเมียร์ลีก – สมรภูมิแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วรวมทั้งหนักหน่วงบนอัตราความฮาร์ดคอร์สูงที่สุดในเมืองมนุษย์
ในขณะนี้ผู้ใดก็ช่างที่เคยสบประมาทเขาเอาไว้ดูราวกับว่าโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบ
ต่อนี้ไปทดลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆนะครับ) โดยเอาผลจากการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำประตูสำคัญๆมาหักปริมาณประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป
ทำนองว่าหาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลจากการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นอย่างไรนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1)
มองเห็นไหมครับผมว่าหากพี่เอ็งไม่ยิงหรือยิงมิได้ คะแนนของทีมสีแดงที่แมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว!
ส่วนนัดหมายชิง อีเอฟแอล คัพ ที่อดีตดาวยิงทีมชาติสวีเดนทำคนเดียว 2 ดอก แต่ว่าถ้าเกิดพี่เอ็งยิงมิได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 รวมทั้งชวดแชมป์ไปเลยนี่เป็นความสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เขาเป็นผู้เล่นชนิดห้ามป่วย ห้ามพัก รวมทั้งห้ามถูกลักพาตัวไปไหนเด็ดขาด เนื่องจากว่าเวลาหายไป มิได้ลงสนาม "เด็กผี" จะนึกถึงพี่เอ็งอย่างต้องหนัก เฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะด้วยล่ะก็ อัตราความคิดถึงจะพุ่งทะยานถึงขั้นล้นจุดแตก ยกตัวอย่างเกมที่แพ้ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ นัดหมายอย่างไรอย่างไรก็ดี จุดนี้นับว่าเป็นดาบสองคม เนื่องจากว่าการมัดขาดทำประตูให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แทบผู้เดียวอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่
นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก "อิบรา" รัวได้สูงสุดเป็น 15 ประตู รองลงมาเป็น ฆวน มาต้า 6 ประตู, ปอล ป๊อกบา 4 ประตู, เฮนริค มคิทาร์ยาน, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล รวมทั้งมาร์คัส แรชฟอร์ด 3 ประตู ขณะที่ เวย์น รูนี่ย์ เพิ่งยิงได้แค่ 2 ประตูเพียงเท่านั้นดูราวกับว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะเกรงอกเกรงใจดาวเตะผู้นี้มากเสียด้วยนะครับ
เป็นหากไม่เจ็บ-ไม่แบน เขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยอัตโนมัต นอกจากบางเกมที่ผู้เป็นนายใหญ่ต้องการให้พักน่องหรือต้องการจัดผู้เล่นชุดสองลงสนามบ้างที่สำคัญเป็นหากได้ลงตัวจริงแล้ว ไม่เคยถูกสลับตัวออกอีกต่างหาก
ต่อให้เล่นไม่ดี-ทำฟอร์มตก หรือประพฤติตัวไร้สาระ ผู้ครอบครองสมญา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะไม่มีวันสลับตัวเขาออกจากสนาม เช่นกลัวโดนกระทืบ!
เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ในบ้านตัวเอง ดาวเตะที่เพื่อนฝูงร่วมทีมเรียกสั้นๆว่า "เฮียหลา" โชว์ฟอร์มได้ห่วยแตกสิ้นดีนะครับ ขนาดสังหารจุดโทษยังโดนเซฟเลย ประชาชนก็แลเห็นกันทั้งบางว่าเล่นไม่ได้เรื่อง แต่ว่า "มูมู่" กลับปล่อยให้ท่านพี่เขาประพฤติตัวไร้ประโยชน์บนฟลอร์ต้นหญ้าจนครบ 90 นาที โดยเลือกถอดบุคคลอื่นออกแทนซะแบบงั้น
เข้าใจว่าทั้งคู่น่าจะทำข้อตกลงกันเอาไว้ หรือไม่ก็เนื่องจากว่าความเกรงอกเกรงใจ แม้คำว่า "เกรงอกเกรงใจ" จะไม่ใส่อยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษรวมทั้งพจนานุกรมส่วนตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ตาม
เป็นไปได้ที่ภายหลังจากหมดสัญญากับ เปแอสเช "อิบรา" อาจไม่ได้คิดอยากจะขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงตั้งแต่ต้น แต่ว่าเป็นเนื่องจากว่าถูกนายจ้างเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ วิงวอน หรืออาจเคยมีบุญคุณกันมาก่อน เจ้าตัวเลยยอมเลื้อยตูดมาอยู่ด้วยกันที่โรงละครที่ความฝัน
โน่นอาจเป็นเหตุผลที่บอกว่าเพราะอะไร กุนซือวัย 54 กะรัตถึงเกรงอกเกรงใจสมาชิกคนนี้เป็นพิเศษ โดยส่งลงเป็นตัวจริงทุกนัดหมาย แถมไม่เคยถูกสลับตัวออก เพื่อเป็นการตอบแทนหากเป็นลูกก็นับว่าเป็นลูกคนโปรดที่ถูกตามใจจนติดเป็นนิสัยเลยทีเดียว
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็เลยไม่แตกต่างจาก "อภิสิทธิ์ชน" ในทีมภูติผีปีศาจสามง่าม ซึ่งนับว่าไม่ถูกหลักการปกครองอย่างรุนแรง เพราะว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาการอกน้อยใจขึ้นในทีม
ทั้งๆที่อันที่จริงแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีมที่มีความเด็ดขาดมากนะครับ เขาไม่มีวันปล่อยให้สมาชิกยิ่งใหญ่กว่าตัวเองอย่างแน่นอน ไม่ว่าดาวเตะคนนั้นจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม
กาลครั้งหนึ่งสมัยเป็นกุนซือของ เชลซี – ผู้ครอบครองทีมอย่าง "อาเสี่ยหมี" อุตส่าห์แออัดยอดเยี่ยมดาวยิงค่าตอบแทน 30 ล้านปอนด์อย่าง อังเดร เชฟศาสนาเชนโก้ มาให้ โดยมีข้อต่อรองว่าต้องส่งลงสนาม แต่ว่า "เชว่า" กลับงัดฟอร์มกระฉูดแตกออกมาไม่เป็นผลสำเร็จจนเปลี่ยนเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวมากพอเป็นเหตุให้ผู้จัดการทีมกับผู้ครอบครองทีมต้องแตกหักกัน
ดาวถล่มตาข่ายของสิงห์บลูส์อย่าง ดิเอโก้ คอสต้า หรือขาใหญ่ของ เชลซี อย่าง จอห์น เทอร์ปรี่ ก็เช่นเดียวกันที่ไม่เคยได้รับอภิสิทธิ์พิเศษจาก โชเซ่ มูรินโญ่ สุดท้ายตัวเองเลยโดนสมาชิกคิดคดทรยศจนโดนถีบกระเด็นตกเก้าอี้ผู้จัดการทีมมาแล้ว
รวมทั้งโดยไม่เว้นแม้แต่สมาชิกในขณะนี้อย่าง ฆวน มาต้า ที่เคยถูกลอยแพออกมาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้จะมาหายใจด้วยกันอีกครั้งในชุดแต่งกายภูติผีปีศาจแดงรวมทั้งทุ่งนาต่อนี้ไป แต่ว่าถ้าเกิดดูให้ดี คุณจะพบว่า "เดอะ สเปเชี่ยล ฆวน" เป็นผู้เล่นคนแรกที่ชอบถูก "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" สลับตัวออกเป็นคนแรกอยู่เสมอ
ก็เลยพอเพียงจะสรุปได้ว่า "มูมู่" ไม่เคยก้มตัวให้สมาชิกคนไหน นอกจาก "พี่หลา" เพียงผู้เดียวที่จัดอยู่ในชนิด "ห้ามแตะต้อง" เป็นกรณีพิเศษ
ผมเข้าใจ โชเซ่ มูรินโญ่ นะครับ เข้าใจว่าเฮียเอ็งคงมีบางอย่างที่ลึกซึ้งแบบสุดหูรูดกับ "อิบรา" โดยที่ประชาชนทั่วไปไม่รู้ หรือบางทีมันอาจเป็นเงื่อนไขพิเศษที่เจาะจงเอาไว้ในข้อตกลงที่ทำไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นไปได้ มันอาจเป็น "เงื่อนไข" ที่ทำให้ดาวเตะผู้นี้ยอมขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงอะไรราวนั้น
สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือไม่ใช่ทุกนัดหมายที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บนวัย 35 ขวบจะระเบิดฟอร์มยอดเยี่ยมพลางกระแทกตาข่ายได้ตลอด
บ่อยครั้งที่เขาหวงบอลมากเกินไป บ่อยครั้งที่เขาทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก รวมทั้งบ่อยครั้งที่ออกอาการหงุดหงิด หรือชักสีหน้าใส่เพื่อนฝูงร่วมทีมที่ดันเล่นไม่ถูกใจ
เช่นเดียวกับบางนัดหมายที่สมควรจะเป็นตัวสำรองบ้าง หรือถูกสลับตัวออกบ้างก็ได้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันใช้งานโดยตลอดตลอด 90 นาทีในทุกๆนัดหมาย
ถึงในขณะนี้ "อิบรา" ยังมิได้ต่อสัญญาใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นะครับ แถมฤดูกาลหน้าอายุเขาจะมากขึ้นอีก 1 ปี ซึ่งสำหรับกองหน้าวัย 36 ขวบ อย่างไรสภาพร่างกายก็ต้องเสื่อมถอยลงไปตามธรรมชาติ ก็เลยไม่มีวันรักษามาตรฐาน หรือเล่นดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอนเท่านั้นยังไม่พอ
มันยังทายใจได้ไม่ยากว่าฤดูกาลหน้าอย่างไร แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องหากองหน้าดาวถล่มประตูตัวใหม่ที่สดกว่ามาเสริมกองทัพแน่ๆ
ถ้าเกิดต้องการยืดข้อตกลงออกไปอีก 1 ปี บางที "เฮียหลา" อาจต้องสารภาพเรื่องจริงข้อนี้ เช่นเดียวกับยอมรับสภาพการดำรงชีวิตบนม้านั่งสำรองเป็นที่สองรองจากบุคคลอื่นคำถามเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในวันที่แก่ 36 จะยอมรับสภาพการเป็นตัวสำรองได้หรือเปล่า? ผมตอบให้ก็ได้ครับผมว่า…ไม่มีวัน ดาวเตะที่หยิ่งยโสรวมทั้งทะนงตัวอย่าง "อิบรา" ไม่มีวันยอมเป็นที่สองรองคนไหนกัน – มันก็เลยคงเหลืออยู่แค่เพียง 2 หนทางเพียงแค่นั้น

Uncategorized

''เวลานี้ ผมได้รับมอบหมายให้เล่นเกมรับมากกว่าเดิม ผมจำต้องทำอะไรสักอย่างในเวลาที่กลุ่มทิ่มอล และแย่งมันคืนมาให้ได้ งานของผมเป็นการจัดการดินแดนกลางให้นิ่ง ผมพร้อมปรับพฤติกรรมไปตามคำสั่งของผู้เป็นนายจ้าง แต่ว่าผมก็สามารถเล่นเกมรุกได้เช่นกัน'' นี่เป็นคำให้การของ อันเดร์ เอรร่า อันบ่งชี้ถึงบทบาทและหน้าที่ของเขาปัจจุบันนี้นั่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ
แถมเป็นมิดฟิลด์ตัวรับประเภทมือใหม่หัดทำลายเกมคู่แข่งขันอีกต่างหาก แต่ว่าสถิติในการทำลายกลับเหนือกว่าผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้อย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เสียอีกครับผม ไม่ว่าจะเป็นการแย่งบอล การตัดบอล หรือการเข้าปะทะ
คิดและจากนั้นก็แปลกๆอยู่เช่นกัน เพราะไม่มีวี่แววว่านักเตะวัย 27 ผู้นี้จะตั้งตัวเองเองเป็นมิดฟิลด์ตัวรับลำดับแรกๆของพรีเมียร์ลีกก่อนจะขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดง อันเดร์ เอรร่า ไม่ใช่ผู้เล่นที่เป็นที่รู้จักดังอะไรจำนวนมาก
ตอนยอดเยี่ยมในแม่ทัพของ แอตเลตำหนิก บิลเบา ชุดที่บุกมากำราบ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในศึก ยูโรปา ลีก เมื่อฤดู 2011-12 ก็แทบไม่มีใครรู้จักนักเตะผู้นี้สักเท่าไหร่ สหายร่วมกลุ่มของเขาเสียอีกอย่าง ฆาบี มาร์ตำหนิเนซ หรือ อีเคร์ มูเนียอิน ที่อยู่ในความพึงพอใจจากชาวบ้านมากกว่าแม้กระนั้น เข้าใจว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คงจะแอบจับตาผู้เล่นคนนี้มาตั้งแต่ในเวลานั้นแล้ว
สิงหาคม 2013 ภายหลังจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถูกแทนที่ด้วย เดวิด มอยส์ ได้ไม่นานเดือน – แมนฯ ยูไนเต็ด ติดต่อขอซื้อนักเตะชาวบาสก์โดยกำเนิดผู้นี้พร้อมข้อแนะนำ 24 ล้านปอนด์แอต.มาดริด ยักไหล่ใส่โดยฉับพลันพลางบอกว่า…น้อยไป
มิถุนายน 2014 แมนฯ ยูไนเต็ด กลับไปที่ บิลเบา อีกรอบพร้อมค่าทำขวัญที่เยอะขึ้นเรื่อยๆ ต่อรองกันอยู่นาน ก่อนจะตกลงกันเหมาะราคาประมาณ 29 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าไม่ใช่เบาเลยทีเดียว
สารภาพตามจริงว่าตอนเลื้อยตูดมา แมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ๆผมไม่รู้จะนักเตะผู้นี้มาก่อน ไม่เคยมอง ไม่เคยเห็น ไม่เคยสนใจ สงสัยเป็นเพราะผมมองบอล ลา ลีกา ของ สเปน ปีละแค่ 2 นัดหมายหมายถึงเอล กราสิโก้ ที่บ้านของ บาร์ซ่า กับ เอล กราสิโก้ ที่บ้านของ มาดริด 555
เมื่อไต่ถามข้อมูลจากนักข่าวสายกระทิงดุประจำกองบัญชาการซอคเก้อร์ก็ได้การแบบพอเพียงสังเขบว่า อันเดร์ เอรร่า เล่นในตำแหน่ง "มิดฟิลด์ตัวกลาง" โดยจัดอยู่ในประเภท "บ๊อกซ์ ทู บ๊อกซ์" เป็นวิ่งขึ้น-วิ่งลง ไม่ชัดแจ้งว่าเป็นตัวรุกหรือตัวรับ ประมาณว่าคอยเชื่อมเกมด้วยความขยัน ทุ่มเท มีวินัย และใฝ่ศีลธรรม
ฤดูแรกในเครื่องแบบภูติผีปีศาจแดง หลุยส์ ฟาน กัล ที่ปรึกษาคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามปรับเปลี่ยนระบบการเล่นเปลี่ยนไปเรื่อยๆเริ่มจาก 3-5-2 ก่อนเปลี่ยนแปลงมาเป็น 4-1-2-1-2 แบบไดมอนด์ ในที่สุดมาพอดีที่สูตร 4-1-4-1W88ดาเล่ย์ บลินด์ ห้อยเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ โดยมี อันเดร์ เอรร่า กับ มารูยาน เฟลไลนี่ เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกอยู่ข้างหลังศูนย์หน้า
ฤดูแรก นักเตะผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงคล้าย "พี่น้อย" แห่งวงพรู ลงเล่นทั้งหมด 31 นัดหมายในทุกรายการ ยิงได้ 8 ประตู ซึ่งถือว่าเยอะที่สุดในอาชีพค้าหน้าแข้งของเขาเลยทีเดียว ในตอนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับเข้าไปอยู่ในท็อปโฟร์ได้เสร็จ
ฤดูต่อมา (ก็ซีซั่นที่แล้วนั่นแหละ) ท่านคุณครูหลุยส์เหมือนถูกธาตุไฟเข้าแทรกจนกระทั่งประสาทแดร็กซ์ คิดมาก ฟุ้งซ่าน และปรัชญาขึ้นสมอง ว่าแล้วปรับระบบการเล่นอีกรอบเป็น 4-2-3-1 โดยพยายามจะวาง อันเดร์ เอรร่า เป็น "หน้าต่ำ" หรือ "ผู้เล่นหมายเลข 10"ปรากฏว่าเผชิญความไม่สำเร็จอย่างแรงเพราะ "พี่น้อย" ไม่ใช่เพลย์เมคเก้อร์ตามเหตุผลอยู่แล้ว แน่ๆสไตล์การเล่นของเขาไม่เหมือน พอล สโคลส์ อย่างที่คนอีกจำนวนไม่น้อยพยายามเอามาเปรียบเทียบ
เขาพลิกบอลมิได้ – ไม่มีความเร็ว ความสามารถเฉพาะตัวก็มิได้สูงอะไรจำนวนมาก การตะบันยิงก็ไม่ถึงกับเฉียบคมและเด็ดขาดอะไร จุดเด่นอยู่ที่ความขยัน ทุ่มเท มีวินัย และใฝ่ศีลธรรม

ภายหลังจากไม่เวิร์ค หลุยส์ ฟาน กัล ก็พยายามเปลี่ยนแปลงผู้เล่นในตำแหน่งหน้าต่ำของระบบ 4-2-3-1 ไปเรื่อยๆตราบจนกระทั่งจะพบคนที่ใช่ ซึ่งจนแล้วจนรอดก็ไม่พบคนที่ใช่ ไม่ว่าจะเป็น อัดนาน ยานาไซ, เมมฟิส เดอปาย, เวย์น รูนี่ย์, ฆวน มาต้า, มารูยาน เฟลไลนี่ และเจสซี่ ลินการ์ด
ครั้นเมื่อจับ อันเดร์ เอรร่า ลงมาเป็น 1 ใน 2 มิดฟิลด์ตัวกลางของระบบ 4-2-3-1 มันก็ยังขัดๆเขินๆชอบกล แถมตัวหลักในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางฤดูที่แล้วประกอบด้วย บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, ไมเคิ่ล คาร์ริค ก่อนจะขยับ เวย์น รูนี่ย์ ลงมารับหน้าที่นี้อีกคน
"หน้าต่ำ" ก็ไม่เหมาะ 1 ใน 2 มิดฟิลด์ตัวกลางก็ไม่ใช่ ถ่างออกไปเล่นเป็นตัวขอบเส้นยิ่งไม่ใช่ใหญ่ ดูเหมือนจะไม่มีตำแหน่งไหนเหมาะสมกับ อันเดร์ เอรร่า ในระบบ 4-2-3-1 ชูเว้นแต่ว่าจะเล่นเป็น 1 ใน 3 ของมิดฟิลด์ตัวกลางตามระบบ 4-3-3 นั่นแหละ
สถิติการทำประตูในฤดูต่อมาของดาวเตะค่าตอบแทน 29 ล้านปอนด์ผู้นี้ น้อยลงเหลือ 5 ประตู จากการลงสู่สนามทั้งหมด 41 นัดหมายในทุกรายการ
กระทั่งการมาของ โชเซ่ มูรินโญ่ และผู้เล่นใหม่อีก 4 หน่วย เอริก ไบยี่, เฮนริค มคิทาร์ยาน, ปอล ป็อกบา และซลาตัน อิบราฮิโมวิช
"มูมู่" นิยมสูตร 4-2-3-1 กับ 4-3-3 ตามสถานการณ์เฉพาะหน้า ซึ่งการมาของดาวเตะค่าตอบแทน 89 ล้านปอนด์ คงจะมีผลเสียต่อ อันเดร์ เอรร่า โดยตรง
ความเป็นดาวเตะค่าตอบแทนแพงที่สุดในเมืองมนุษย์รับประกันตำแหน่งตัวจริงของ "คุณป๊อก" อัตโนมัติอยู่แล้ว ส่วนอีกตำแหน่งในดินแดนกลางที่เหลือก็มีทั้ง มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, ไมเคิ่ล คาร์ริค และบาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ เมื่อทดลองจัดผู้เล่นชุดที่ดีเยี่ยมที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนเปิดฤดูนี้ ชื่อของ อันเดร์ เอรร่า คงจะตกสำรวจเท่านั้นไม่พอ
กว่า "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะศึกษาค้นพบระบบการเล่น และ 11 ตำแหน่งที่เหมาะสมพอดีที่สุด เวลาก็ผ่านไปเกือบครึ่งฤดู ซึ่งผลปรากฏว่า อันเดร์ เอรร่า จัดเป็นผู้เล่นระดับเสาหลักตกมันทั้ง 2 ระบบในสูตร 4-3-3 เขาเป็น 1 ใน 3 มิดฟิลด์ตัวกลางร่วมกับ ปอล ป็อกบา และ ไมเคิ่ล คาร์ริค
สำหรับในสูตร 4-2-3-1 เขาเป็นใน 1 ใน 2 มิดฟิลด์ตัวกลางร่วมกับ ปอล ป็อกบา โดยคนที่หลุดจากตัวจริงในสูตรนี้เป็นคุณปลัดคาร์ริค
บทบาทหน้าที่ในทั้ง 2 ระบบ เป็นบดบี้ทำลายเกมคู่แข่งขันให้หมดสิ้น ซึ่งพี่น้อยแกก็ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมมากเพิ่มขึ้น
พิจารณาได้เลยครับผมว่า…บอลอยู่ที่ใด อันเดร์ เอรร่า ก็อยู่ที่นั่น ว่าและจากนั้นก็เลยปรับให้เป็นมิดฟิลด์ตัวรับอย่างเต็มตัวช่วยทำให้สหายร่วมกลุ่มอย่าง ปอล ป็อกบา ทำเกมรุกได้อย่างอิสระเยอะขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับช่วยทำให้ผู้เล่นวัยแก่อย่าง ไมเคิ่ล คาร์ริค ไม่ต้องออกแรงมากอีกต่างหาก เรียกว่าเป็นผู้ปิดทองหลังพระอย่างสมบูรณ์แบบ
ช่วงแรกๆของการสวมบทนี้ เราจะมองเห็นได้ว่าเขายังเข้าบอลออกจะโฉ่งฉ่างจนกระทั่งมักจะเสียฟาวล์โดยไม่จำเป็นเท่าๆกับได้ใบเหลืองบ่อยๆ คล้ายพอล สโคลส์ เวลาเล่นเกมรับแต่ว่าภายหลังที่ลงเล่นในตำแหน่งนี้มากเพิ่มขึ้นท่านผู้ชมสามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงเป็นเข้าบอลเป็นเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่เสียฟาวล์และโดนใบเหลืองแบบโง่ๆเหมือนเก่า
ว่าและจากนั้นก็จำต้องชื่นชอบยอดที่ปรึกษาอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เสกให้ผู้เล่นที่เหมือนจะไม่เข้ากับระบบการเล่นอะไรก็ตามของ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดเฮียเครียดมึงมองเห็นจุดเด่นของลูกทีมชาวสเปนผู้นี้ว่าอยู่ที่ความขยัน ทุ่มเท วิ่งไล่ล่าพลางบดบี้ไม่มีหยุดบนความหน่วงหนักแบบถึงลูกถึงเมียก็เลยจับมาอาบน้ำแต่งตัวใหม่ให้เป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่มีความยอดเยี่ยมสมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อเกมรับจริงๆ

ภายหลังจากสิ้นยุคของ ไบรอัน ร็อบสัน และ พอล อินซ์ ก็มี รอย คีน มารับช่วงต่อไปในการเป็นมิดฟิลด์ตัวทำลายของ แมนฯ ยูไนเต็ด
ตั้งแต่แมื่อ รอย คีน ขับไล่ตัวเองออกจากเครื่องแต่งกายภูติผีปีศาจแดง ดูเหมือนมิดฟิลด์ตัวรับที่มีความหฤห่ามแบบงี้จะสิ้นพันธุ์ไปจาก โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ดาวเตะจอมทิ่มทะลุดาร์กซ์อย่าง อลัน สไม่ธ ที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พยามปั้นให้เป็น "นิว คีโน่" ก็ไม่ใช่ เพราะโหดเหี้ยมอย่างเดียวแบบไม่มีเชิงชั้น
ไมเคิ่ล คาร์ริค ก็จัดเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ประสบความสำเร็จ แต่ว่าถ้าเกิดเอ๋ยถึงสไตล์การเล่นนั้นก็นุ่มนิ่มและตุ๋มติ๋มต่างจากลูกพี่คีโน่อย่างสิ้นเชิง

Uncategorized

เหตุการณ์ของลิเวอร์พูลในช่วงเวลานั้น ถ้าเป็นผู้เจ็บป่วยติดเตียง อาการมีแม้กระนั้นทรงกับทรุด
แพ้ติดอยู่บ้านสองครั้งต่อๆกัน ในขณะที่ก่อนโดนสวอนซีบุกลูบคมเมื่อวันเสาร์ หงส์แดงแวววาวด์ลี่ พรีเซนต์ ยินดีพรีเซนเทชั่นผลงานไร้ปราชัยในแอนฟิลด์ ยาวนานผ่านปี
ความเป็นจริงวันนี้ไม่ตั้งใจเขียนถึงความปราชัยที่เลิกเส้นทางไปเวมบลีย์ เพราะไม่มีอะไรแปลกใหม่ จากที่พึ่งจะแพ้ในดาร์บี้แมตช์ของศึก "หงส์สองตัวอยู่สระเดียวกันไม่ได้"
แม้กระนั้นหัวข้อที่ว่ามันกำเนิดอะไรขึ้นกับลิเวอร์พูล จากชัยชนะแค่ครั้งเดียวใน 7 เกมทุกรายการ นับจากออกสตาร์ตศักราชใหม่ แถมเป็นการชนะหืดจับเหนือกลุ่มต่ำดิวิชั่นกว่าจมหูอย่างพลีมัธ ผมมีความคิดว่าทุกคนอาจเพียงพอมีคำตอบอยู่บ้างแล้ว
สำคัญกว่านั้นเป็นการระดมความเห็นหาทางออก เพราะในเมื่อเหตุการณ์เลวทรามมาถึงจุดนี้ เจอร คล็อปป์ ควรจะถึงเวลาลงมือทำอะไรหรือยัง เพื่อเปลี่ยน และผลักกลุ่มให้กลับขึ้นมาผงาดอีกรอบผมรวบรวมมาเป็นข้อๆเท่าที่เพียงพอนึกออกในห้วงยังเซ็งเป็ด เอ๊ย เซ็งหงส์
1. ฉีกรูปแบบการเล่นทั้งระบบ สไตล์ และวิธีการให้ไม่เหมือนกับแพทเทิร์นเดิมๆซ้ำๆในเวลาที่ยังมี ซาดิโอ มาเน่ ในสนาม
เพราะจนถึงบัดนี้ ผลงานชนะพลีมัธ แค่กลุ่มเดียวจาก 7 นัด และจำเป็นต้องใช้จังหวะถึง 180 นาที เพื่อคว่ำกลุ่มระดับลีก ทู นี้ได้ สะท้อนแจ่มชัดว่าการขาดมาเน่ ทิ้งปัญหาใหญ่ขนาดเท่าหลุมจากระเบิดปรมาณูเจอร คล็อปป์ ทราบนานแล้วว่าเขาไม่มีผู้แทนมาเน่ แบบ like for like หรือมีสไตล์คล้ายกัน ไม่ถึงขั้นว่าจำเป็นต้องเสมือน มาเน่ทำให้เกมบุกของลิเวอร์พูล ภายใต้หมาก 4-3-3 จุดติดมาทั้งครึ่งฤดูแรก จากการเป็นตัวรุกริมเส้นที่ถ่างตัวตามติดออกจากตำแหน่ง และเปิดทางให้ตัวสอดอย่าง อดัม ลัลลาน่า หรือ เนธาเนียล ไคลน์ ทะลุขึ้นมากระทำการจะสังเกตได้ว่าตั้งแต่มาเน่ไม่อยู่ ลิเวอร์พูลไม่สามารทำลายโซนรับคู่ต่อสู้ให้ฉีกจนขาด หรือแตกออกมาได้เลยพร้อมๆกันเป็นฟอร์มของลัลลาน่า รวมทั้งไคลน์ พากันหายเข้าก้อนเมฆไปด้วยเมื่อกลางสัปดาห์กับนักบุญ คล็อปป์ยังซนยึดระบบนี้ แม้จะถอยลัลลาน่าลงมายืนในไลน์ของมิดฟิลด์ และขยับ โรกางร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปแทนตำแหน่งของมาเน่ โดยมี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นกองหน้าตัวเป้า
แม้กระนั้นตลอด 45 ท้องนาทีแรก เกมของลิเวอร์พูลยังมืดบอด ไม่มีวี่แววจะเอาชนะแนวรับของเซาธ์หมูแฮมป์ตัน ที่ไม่ได้ใช้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักจากตอนต้นฤดู อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โชเซ่ ฟอนเต้ ด้วยซ้ำ เพราะการแก้แบบหนึ่งมักก่อให้เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลายๆจังหวะปรากฏว่าฟีร์มีโน่หุบมาทับไลน์เดียวกับสเตอร์ริดจ์ ส่วนการขึ้นเกมทางขวายังบอดเหมือนเดิม มิหนำซ้ำแบ็กขวายังเป็นดาวรุ่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่แม้เล่นก้าวหน้าระดับหนึ่ง แม้กระนั้นเขาควรจะหามความคาดหมายในระดับไหน เป็นอีกกรณี
กระทั่งครึ่งหลัง คล็อปป์ขยับตำแหน่งการยืนเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ฟีร์มีโน่กับสเตอร์ริดจ์เป็นคู่กองหน้า คูตำหนินโญ่เป็นหัวเพชร ถึงสามารถสร้างจังหวะได้มากขึ้น และควรจะมองเห็นสกอร์อย่างต่ำๆ1-2 ประตู
เป็นอีกรอบต่อจากนัดแพ้สวอนซีเมื่อสุดสัปดาห์ ที่คล็อปป์เลือกออกสตาร์ตด้วยแผน 4-3-3 และเมื่อไม่ได้เรื่องถึงค่อยคิดเปลี่ยน
กับสวอนซีจำเป็นต้องรอให้โดนสองเม็ด ค่อยกระตุกความตื่นตัว ส่วนเกมนี้ ลิเวอร์พูลไม่ได้เริ่มด้วยผล 0-0 ครับ แม้กระนั้นตาม 0-1 จากนัดแรก แล้วเพราะเหตุใดถึงปลดปล่อยให้ตนเองเหลือเวลาแค่ 45 นาทีท้ายที่สุด
2. นอกเหนือจากความเคลื่อนไหวในสนามแข่งแล้ว สิ่งที่ยากกว่าเป็น คล็อปป์บางทีอาจจำเป็นต้องปรับกระบวนการทำงานนอกสนาม

อย่างที่เฟอร์กี้เคยพินิจพิจารณาในตอนซัมเมอร์ ว่าจากการเล่าเรียนเกมนัดชิงยูโรปา ลีก ระหว่างลิเวอร์พูล กับ เซบีคุณย่า เขามองเห็นนักเตะหงส์แดงเหี่ยวเฉาปลาย เร่งไม่ขึ้นในครึ่งหลัง
เหมือนกับ เรย์มงด์ แฟร์เฮเย่น ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนสที่ผ่านเวทีฟุตบอลโลกมาแล้วสามสมัย กับฮอลแลนด์, ประเทศเกาหลีใต้ และรัสเซีย รวมทั้งเคยเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ เคร็ก เบลลามี่ ได้แสดงความเห็นครึ่งทำนายในสิงหาคมว่า สไตล์ทำทีมและการฝึกหัดที่เข้มข้นของคล็อปป์ จะทำให้ลิเวอร์พูลตรากตรำในตอนครึ่งฤดูข้างหลังนาทีนั้น เด็กหงส์บางคนสั่นหน้าไม่เชื่อแม้กระนั้นข้างหลังเกมกับเซาธ์หมูแฮมป์ตัน เจมี่ คาร์ราเกอร์ กล่าวว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ของหงส์แดง เป็นนักเตะดูล้า ขาไม่วิ่ง สปีดช้าลง และแพ้บ่อยมากขึ้นในการช่วงชิงบอลจังหวะสอง
เกมนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆนัด ที่มองเห็นนักเตะลิเวอร์พูลกลับมาใช้เกมเพรสซิ่งแบบเป็นหมู่คณะ เสมือนในขั้นแรกที่คล็อปป์เข้ามาคุม และถือว่ากดดันกลุ่มเยี่ยมได้พอควร
แม้กระนั้นก็ทำแบบมาๆหายๆเป็นพักๆไม่สม่ำเสมอ เสมือนจะบีบได้แล้ว แม้กระนั้นท้ายที่สุดก็คลายออก ความฟิตของนักเตะจำเป็นต้องถูกเสนอคำถามว่าคล็อปป์รีดมันออกมาจนถึงหมดถัง ไม่เหลือสักหยดแล้วหรือ 3. ควรยอมรับเถิดว่าขุมกำลังชุดนี้ดีไม่เพียงพอจะต่อกรกับอีก 4-5 กลุ่มบนหัวตารางลิเวอร์พูลอาจมีกลุ่ม 11 ตัวจริงที่ดีไม่เป็นสองรองคนไหนกันแน่ แม้กระนั้นอย่างที่มองเห็นเมื่อเกมเข้าสู่ตอนเข้าด้ายเข้าเข็ม และคล็อปป์เกือบจะไม่ขยับสลับตัว หรือใช้โควตาเปลี่ยนแปลงช้าเหลือเกิน แทนที่จะเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ออกสตาร์ตครึ่งหลัง มันย่อมสะท้อนในทางหนึ่งว่า คล็อปป์บางทีอาจไม่มั่นใจว่าตัวสำรองจะปฏิบัติงานได้ดีมากยิ่งกว่าคนที่อยู่ในสนาม
การซื้อนักเตะใหม่ในตอนเดือนมกราคม บางทีอาจไม่ใช่รสนิยมส่วนตัวของคล็อปป์ และเขาก็มีส่วนถูกที่ว่ามันไม่ได้หาซื้อกันกล้วยๆเสมือนที่หลายท่านคิด ด้วยสาเหตุหลายสิ่งหลายอย่าง
แม้กระนั้นถึงถ้าอย่างงั้นก็ใช่ว่าของดีจะไม่มีให้สอยมาเสียเลย เอฟเวอร์ตันได้ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ไปเสริมแดนกลาง บางทีข้อแม้บางข้อ ของดีราคาไม่แพงเหลือเกินก็รออยู่ในตลาด
เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันก่อนตลาดวาย ยังเพียงพอทันให้คล็อปป์มองหาตัวเลือกใหม่ๆมาช่วยปั๊มหัวใจหงส์ที่เริ่มจะแผ่วเบาลง ดีมากยิ่งกว่าปลดปล่อยให้ตายไปต่อหน้า
4. ทำทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเดิมเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นับวันรอที่กำลังจะได้ ซาดิโอ มาเน่ กลับมาช่วยกลุ่มจากการไปทำสงครามแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพไม่ได้ประชดประชันครับ และผมอาจไม่ใช่แฟนหงส์ผู้เดียวที่คอยเช็กผลของเซเนกัล ด้วยใจจริงต้องการให้ไม่เข้ารอบแม้กระนั้นไก่โห่เลยด้วยซ้ำ ความคาดหมายหรืออีกนัยเรียกว่าแช่ง พินาศตั้งแต่ผ่านสองนัดแรก เพราะเซเนกัลปัดกวาด 6 แต้มเต็ม แถมมาเน่มีชื่อทำแต้มได้ทั้งคู่เกม
ผ่านเข้ารอบไปแบบสบายๆตระเตรียมเจอกับ "หมอผี" แคเมอรูน ในรอบก่อนรองฯ วันเสาร์นี้ ดูตามหน้าเสื่อ เซเนกัลดีกว่าอยู่ดี มีสิทธิ์อยู่ยาวผ่านถึงก.พ.

Uncategorized

แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดสะดุ้งก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก ทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกรุ๊ปท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าเพราะเหตุไรถึงรีบสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะทีมกรุ๊ปข้างล่างของตาราง มันไม่ใช่ทีแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แต่มันหลายคราวมากๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงยกย่องถึง ดิว็อค โอริกี้ โดยพลันที่พุ่งชนจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ พบร คล็อปป์ อีกคราว ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมลงเอยด้วยการเสมอ โยนชัยชนะทิ้งที่แอนฟิลด์
''คูติเตียนนโญ่ป่วยไข้ตอนพักครึ่ง ผมเลยต้องเปลี่ยนแปลงออก มันเกิดเรื่องที่จำต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นตาทรงกลมตอบคำถาม แม้กระนั้นก็ยังมีคนไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุไรต้อง โฌแอล มาติเตียนป เพราะเหตุไรต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ เพราะเหตุไรไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า…
''โอเค ผมเพียงแค่เห็นว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว ช่วงเวลาที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) พึ่งหายมาอาจยังไม่เหมาะสมกับเกมชนิดนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกแบบงั้น'' ฟังแล้ว กลายเป็นผลึกเช่นเดียวกันมั้ย
1. การที่เปลี่ยนแปลงมาใช้ข้างหลังสามด้วยการถอดนักเตะที่ฝากความปรารถนาได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นอย่างไรก็พกพาการเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งเมื่อใคร่ครวญจากความเหนียวแน่นของเกมรับลิเวอร์พูลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
2. ถ้าเกิดสเตอร์ริดจ์ไม่เหมาะสมกับ ''เกมอย่างงี้'' ก็ไม่ควรใส่ชื่อเอาไว้ด้วยทุกประการ เพราะว่ามันเหมือนทำข้อสอบแล้วจำไม่ได้ก็วงเดาสุ่มๆไป
3. เวลาที่โดน 2-2 ถึงท้ายเกมแต่ว่าเวลาก็ยังพอหลงเหลืออยู่รวมทดเจ็บก็อย่างต่ำ 7 นาที เพราะเหตุไรครับ เขาถึงอาจนิ่งที่จะปรับปรุงแก้ไขเหตุการณ์ มีสิ่งใดดลบันดาลให้เชื่อว่าผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะสามารถพังทลายประตูที่สามได้
ซีซั่นนี้เว้นแต่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแล้ว สังเวียนของทีมท็อปเซเว่นก็ล้วนทำให้กองเชียร์บอร์นมัธเดินทางกลับบ้านที่แดนใต้ด้วยความชอกช้ำระกำใจมาตลอด แพ้ 4-0 ที่เอติเตียนฮัด, 3-1 ที่เอมิเรตส์, 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และก็ 6-3 ที่ข้าดิสัน พาร์ค โดยเหตุนี้แล้วด้วยประการทั้งปวง ลิเวอร์พูลควรเก็บสามแต้มให้ได้กับ ''เกมอย่างงี้'' การเจ็บของ ซาดิโอ มาเน่ ทำให้เกิดผลกระทบแน่ๆฤดูกาลนี้พวกเขาไม่เคยกำชัยได้เลยยามไม่มีสตาร์คนเก่งทีมชาติเซเนกัล (เสมอ 2 แพ้ 2) แม้กระนั้นด้วยทรงของเกมอย่างคืนวันพุธ ด้วยความที่ครึ่งหลังลงมาเร่งเครื่องจนบดออกนำไปเป็นระเบียบเรียบร้อย ถ้าเกิดรักษาสกอร์มิได้ ก็ต้องกระหน่ำเพิ่ม แต่ว่าสมาคมสีแดงที่เมอร์ซี่ย์ไซด์ทำมิได้สักอย่าง อีกอย่างหนึ่งข้อสมมติฐานว่าทีมของคล็อปป์มักแพ้ทางพวกมาอุด แต่นี่ไม่ใช่ บอร์นมัธภายใต้ผู้ฝึกสอนวัยรุ่น เอ็ดดี้ อาว มาแอนฟิลด์ด้วยการวางระบบ 4-4-2 มี โจชัว คิง กับ เบนิค อโฟเบ้ ยืนหัวหอก พวกเขาพยายามเซตเกมรุกบนพื้นสู้ แม้อาจมีบ้างที่รอคอยฉวยข้อผิดพลาดเข้าจู่โจมดังเช่นลูกแรกที่ทำได้ นี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่เกิดอะไรอย่างงี้
วันเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ก็ถูกทีเด็ด พบร์เมน เดโฟ นาที 84 ต่อมาเสียท่าติดอยู่รังต่อสวอนซี 2-3 ในขณะที่อุตสาห์ฮึดเหมือนกลับมาได้แล้วและก็แน่ๆที่เดอะ ค็อปอาจจำฝังใจก็คือเกมแรกที่เยือนบอร์นมัธต้นเดือนธันวาคม คำถามคือเพราะเหตุไรคุณถึงเก่งจังกับทีมใหญ่ แต่มักป้อแป้กับทีมเล็ก???? พวกเขาเอาชนะคู่แข่งกรุ๊ปท็อปเซเว่นได้ถึง 7 เกมจาก 12 แต่ทราบมั้ยครับว่าสถิติกับการเผชิญหน้าพวก 8 ทีมข้างล่างของตารางลงไปคืออะไร 21 แต้มจาก 39 แต้มเต็ม หรือ 21 แต้มจาก 13 นัด ใช้สมองน้อยๆคำนวณเท่ากับว่ามีถึง ''18 คะแนนที่หายไป''ฤดูกาลนี้แพ้มาหมดแล้วตั้งแต่เบิร์นลี่ย์, บอร์นมัธ, สวอนซี, ฮัลล์ จนถึงเลสเตอร์ สิตี้ ถ้าเกิดพอพบเชลซี, ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงเพื่อนข้างสวน เอฟเวอร์ตัน แทบชูขันหมากอัญเชิญให้รีบมาพบเลยบอลมักมีอะไรแปลกๆเสมอ คล็อปป์ควรเคลื่อนสายตามองดูสเปอร์สซึ่งกำลังกดดันเชลซีไม่ลดละ การที่พวกเขาคดโกงความตายมาได้อย่างเมื่อวันพุธ ซ้ำเติมว่าเพราะเหตุไรสองปีมานี้ถึงพกพามาตรฐานวนเวียนบนหัวตาราง ต่อให้ท้ายซีซั่นก่อนอาจคลอดลูกสะดุดหัวคะมำก็ตาม พวกเขาแพ้ 3 เกมแค่นั้นให้กับลิเวอร์พูล, เชลซีและก็แมนฯ ยูไนเต็ดใช่ครับ เป็นเรื่องปกติที่ทำความเข้าใจกันได้ แต่ว่าเมื่อถึงแมตช์ที่ต้องชนะก็ชนะ ขุนศึกตราไก่ของ เมาริสิโอ โปเช็ตติเตียนโน่ กวาดไป 32 แต้มจาก 12 เกมยามพบกรุ๊ป 8 ทีมด้านล่างของตาราง โดยทำตกหายไปเพียงแค่ 4 แต้ม… ผมเคยเขียนไปก่อนแล้วว่าถ้าหากออกทรงนี้ สู้มีผลงานกลางๆก็ได้เมื่อพบทีมใหญ่ แล้วแบ่งอะดรีนาลีนพล่านไปใส่กับทีมที่เหลือ มิฉะนั้นก็ต้องมานั่งปรับทุกข์กัน ด้วยเหตุว่าทีมเล็กมีมากกว่า
จุดต่อมา ซีซั่นนี้พวกเขาเสียประตูจากเซตพีซไป 11 จากทั้งผอง 39 ? ซึ่งแม้กระทั้งแมนฯ ซิตี้ที่โดนวิภาควิจารณ์เรื่องความอ่อนฮวบเกมรับ หรือว่าอาร์เซนอลก็ตาม ยังมีสถิติที่ดีมากกว่าด้านนี้ นี่นับว่าเป็นอีกสิ่งที่ใครก็ช่างมาเจอก็มักจะซ้อมซักลูกตั้งเตะมารอทำร้าย เพราะว่าคล็อปป์นิยมให้ผู้ร่วมทีมคุมโซนมากยิ่งกว่าประกบคน
ก่อนนี้มีการกางเทียบผลงานของ เบรนแดน ร็อดพบร์ส กับคล็อปป์ ซึ่งก็แทบไม่มีความต่างกัน อย่างไรก็ตามก็มีคนยกใจความสำคัญว่าประสิทธิภาพของทีมวัดกันตรากตรำ ด้วยเหตุว่ายุคก่อนมีบ่าสองข้างของ หฝ่าส์ ซัวเรซ ที่แบกภาระทุกอย่างของทีม มาถึงยุคนี้แบ่งภาระหน้าที่กระจายมากยิ่งกว่ายังไงก็ดี ลิเวอร์พูลเป็นสมาคมที่ผูกติดการบรรลุผลตลอดมา

พวกเขาอาจไม่เคยไปถึงโทรฟี่พรีเมียร์ลีก แต่ก็ทำได้ใกล้เคียงมา 2-3 คราวตั้งแต่ยุค ราฟา เบนิเตซ มาถึงร็อดพบร์ส ซึ่งนับว่าเป็นทีมที่มีการนำเสนอต้นแบบชัดเจน มีผู้เล่นที่สามารถเรียกได้เลยว่าเป็นตัวดารานำชายระดับทวีป
คูติเตียนนโญ่, ฟีร์มีโน่ และก็มาเน่ ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่เชื่อว่าสาวกหงส์เองก็ย่อมตรึงตรากับทีมที่มี เฟร์นานโด ตอร, สตีเว่น พบร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ เช่นเดียวกับทีมที่นำโดยหัวหอกฟันเหยินหมายเลขเจ็ด
ซัมเมอร์นี้คล็อปป์ประกาศแล้วว่าซื้อแน่…ผมเอาคำถามเดียวกันนี้คุยกับเดอะ ค็อปก่อนเกมวันพุธ มีอยู่คนพูดน่าตกใจอย่างงี้ครับ ''ผมอยากเห็นทีมซื้อ 6 คน เราต้องเปลี่ยนแปลงใหม่และก็มีตัวสำรองตอบแทน ผู้รักษาประตู เซนเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กซ้าย กองกลาง ตัวขอบเส้น และก็กองหน้า''
ความเป็นไปได้ที่จะมองเห็นผู้ฝึกสอนที่ลุ่มหลงเพลงเฮฟวี่ทุ่มชูแผง จ่ายหนักๆก็น่าทราบดีว่ามีแค่ไหนกัน ต่อมาถ้าหากติดตามบทสัมภาษณ์ของเขาตลอดก็คงจะทายใจดวงใจได้ไม่ยากว่าเขาเองก็พอใจต่อทีมที่มีพอควร โดยเหตุนี้แล้วช่องทางที่จะซื้อกี่คน ใช้งบมากแค่ไหนก็อาจขึ้นอยู่กับว่าสุดท้ายจบอันดับมากแค่ไหนในตาราง
โปรแกรมที่เหลือจากนี้อีก 7 เกม : สโต๊ค, เวสต์บรอมวิช, พาเลซ, วัตฟอร์ด, เซาธ์หมูแฮมป์ตัน, เวสต์หมูแฮม และก็โบโร่
ถ้าเกิดเป็นคอนเต้หรือโปเช็ตติเตียนโน่ก็อาจลูบปาก ทว่านี่เป็น ''ของแสลง'' สำหรับลิเวอร์พูลศักราชนี้ แน่ๆก็นับว่าเป็นเจ็ดเกมที่จะพิพากษาผู้ฝึกสอนอย่างคล็อปป์ด้วยว่า ภายหลังจากได้คุมสุดกำลังผ่านมาหนึ่งฤดูกาลควรให้เกรดที่มากแค่ไหนกัน 18 แต้มที่หายไป… จำต้องอุตริฝันน้ำลายเยิ้มว่าเก็บได้หมดเลย เอาเพียงแค่ครึ่งเดียวต่อจากนั้น ด้วยเหตุว่าถ้าหากทำได้ปัจจุบันลิเวอร์พูลจะอยู่ลำดับที่สองตามหลังจ่าฝูงเชลซีเพียงแต่ 3 แต้ม

Uncategorized

เวย์น รูนีย์ กัปตันของทีมปีศาจแดง หายจากอาการบาดเจ็บลงฝึกซ้อมได้อีกครั้ง ก่อนจะบุกเยือน แซงต์ เอเตียนในศึกยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม นัดสอง

 น้ามู กุนซือของทีมเผยก่อนหน้านี้ ว่าเขาไม่แน่ใจว่า ศูนย์หน้าวัย 31 ปี จะกลับมาฟิตทันนัดชิงชนะเลิศของถ้วยอีเอฟแอล คัพ หรือไม่ หลังจากที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของปีศาจแดง ที่ล่าสุด ศูนย์หน้า ทีมชาติอังกฤษ หายจากอาการบาดเจ็บสามารถลงซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีชื่อเป็นผู้เล่นในเกมยุโรปวันพฤหัสบดีนี้

Uncategorized

 

จ่ามู โค้ชฝีปากกล้าของ ปีศาจแดง ออกมาให้กําลัง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือของเลสเตอร์ ที่เพิ่งโดนปลดไป

เลสเตอร์ เพิ่งประกาศไล่ออกเคลาดิโอ รานิเอรี่ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเมื่อคืนที่ผ่านมา

โดย  มูรินโญ่ ได้โพสต์ให้กําลังใจ รานิเอรี่ เมื่อทราบข่าวว่าเขาโดนปลด ''ไม่มีใครลบประวัติศาสตร์ที่นายเขียนขึ้นมาได้ แชมป์พรีเมียร์ และ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า''

Uncategorized

น้ามู ผู้จัดการทีมฝีปากกล้าของ ผี คาดว่าเขาจะหมดสิทธิ์ลงสนามเฮนริค มคิทาร์ยาน กับ ไมเคิล คาร์ริค ในเกมนัดชิงอีเอฟแอล คัพ กับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกมเยือน แซงต์-เอเตียน ในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา

 

เฮนริค มคิทาร์ยาน และ ไมเคิล คาร์ริค ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างเกมการลงแข่งก่อนสุดท้ายจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ แซงต์-เอเตียน ผลปรากฏว่า ปีศาจแดงบุกไปชนะด้วยแต้ม 1-0 ผลสกอร์ร่วม 4-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป

 

''ผมไม่ได้ยืนยันนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะไหว''

Uncategorized

มีรายงานแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ หัวเรือของอาร์เซน่อล ในงานเดินขบวนประท้วง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในประเทศอังกฤษ

 

เวนเกอร์ โดนกระแสขับไล่อย่างหนักจากผลงานที่พาปืนใหญ่บุกไปโดนบาเยิร์น มิวนิคถล่มยับมา 1-5 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

แม้เกมล่าสุดพวกเขาจะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพไปได้ด้วยการชนะ ซัตตัน ยูไนเต็ด ไป 2-0 แต่ก็ไม่ได้สร้างความประทับใจให้แฟนบอลเดอะกันเนอร์แต่อย่างใด

 

โดยในงานประท้วง ทรัมป์ ในประเทศอิงลิชกับพบแผ่นภาพปรากฏข้อความขับไล่ อาร์แซน เวนเกอร์ มาด้วยสร้างความประหลาดใจให้ผู้พบเห็น

Uncategorized

วาเลนติน อีสเซลิค กองกลาง นีซ เผยผิดหวังกับพฤติกรรมของ มาริโอ บาโลเตลลี ที่ดูเหมือนไม่อยากลงเล่นช่วยทีม
เกรียนโอ้ ป่วยเป็นหวัด จึงไม่มีชื่ออยู่ในเกม เมื่อคืนนี้ที่เสมอกับแรนส์ 2-2 ซึ่งก่อนหน้านี้ ลูเซียง ฟาฟร์ กุนซือ ของ นีซ  เพิ่งดร็อปเขาให้เป็นตัวสำรองในนัดพบกับแซงต์ เอเตียน ล่าสุด เนื่องจากไม่พอใจที่เขาไม่ชอบลงมาช่วยเกมรับ
ไม่เพียงแค่ กุนซือของทีมที่มีความเห็นเช่นนี้ อีสเซลิค เพื่อนร่วมทีมของเกรียนโอ้ ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน
"ผมคิดว่าเขาดูเหมือนไม่อยากลงเล่นกับเรา น่าผิดหวังจริงๆ เราสมควรได้ใช้ความสามารถของเขาในเกมเช่นนี้"